กระบี่/นครศรีธรรมราช – ชาวบ้านลุ่มน้ำคลองสินปุนระทม หลังโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มในจังหวัดกระบี่ปล่อยน้ำเสียลงลำคลอง ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด ทั้งกระบี่ นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี ระบบนิเวศพังยับปลาตายเกลื่อน ขณะที่หน่วยงานรัฐถูกวิจารณ์หนัก "เกียร์ว่าง" ปล่อยปัญหาเรื้อรังซ้ำซากมานานหลายปี
น้ำเสียทะลัก-ปลาตายเกลื่อนลำคลอง
เหตุการณ์ดังกล่าวถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยภาพหลักฐานจากชาวบ้านในพื้นที่ตำบลกุแหละ อำเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช เผยให้เห็นสภาพน้ำในคลองสินปุนที่กลายเป็นสีดำเข้ม มีกลิ่นเหม็นรุนแรง และมีปลาธรรมชาติตายนับไม่ถ้วนลอยเกลื่อนลำน้ำ ส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า 1,000 ครัวเรือนที่ต้องพึ่งพาน้ำจากคลองสายนี้
โรงงานยอมรับความผิดพลาดแต่ไร้เยียวยา
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าต้นตอของน้ำเสียมาจากโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มแห่งหนึ่งในอำเภอลำทับ จังหวัดกระบี่ ซึ่งทางโรงงานอ้างว่าเกิดความผิดพลาดระหว่างการซ่อมแซมท่อระบายน้ำเสีย ทำให้มีน้ำเสียรั่วไหลลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ อย่างไรก็ตาม แม้เหตุการณ์จะผ่านไปนานกว่าครึ่งเดือน แต่ชาวบ้านและเกษตรกรเพาะชำยางพาราที่ได้รับความเสียหายกลับระบุว่า ยังไม่มีการเยียวยาหรือการแสดงความรับผิดชอบที่เป็นรูปธรรมจากทางโรงงาน
ผวาประปาปนเปื้อน–หวั่นกระทบสุขภาพระยะยาว
ปัญหาที่น่ากังวลที่สุดในขณะนี้คือ "น้ำประปาหมู่บ้าน" เนื่องจากหลายชุมชนใช้คลองสินปุนเป็นแหล่งน้ำดิบหลักในการผลิตน้ำประปา ชาวบ้านต้องคอยเฝ้าระวังกันเองตลอด 24 ชั่วโมง หากเห็นน้ำเปลี่ยนสีต้องรีบปิดเครื่องสูบน้ำทันที แต่ในช่วงฤดูฝนที่มวลน้ำมาก ชาวบ้านหวั่นเกรงว่าน้ำเสียจะถูกเจือจางจนมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า และอาจถูกสูบเข้าไปในระบบประปา ซึ่งจะส่งผลเสียต่อสุขภาพของประชาชนในระยะยาว
จี้รัฐเลิกเกียร์ว่าง ดำเนินคดีเด็ดขาด
ทางด้านกลุ่มผู้นำชุมชนและอดีต สส. ในพื้นที่ ได้เข้ายื่นหนังสือต่ออุตสาหกรรมจังหวัดและศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่ เพื่อขอความชัดเจนในการดำเนินคดี เนื่องจากที่ผ่านมาปัญหานี้เกิดขึ้นซ้ำซากทุกปี แต่หน่วยงานรัฐมักอ้างเรื่องเขตอำนาจการรับผิดชอบที่คาบเกี่ยวกันระหว่างจังหวัด ทำให้ไม่สามารถเอาผิดโรงงานได้อย่างเด็ดขาด
ขณะนี้นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมเสนอให้มีการตรวจวัดค่าไขมันในน้ำเพื่อระบุแหล่งที่มาของมลพิษให้ชัดเจน พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งฟื้นฟูระบบนิเวศและวางมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเดิมอีก
ที่มา: รายงานพิเศษจาก Thai PBS ศูนย์ข่าวภาคใต้ -
.jpg)
